Italy. XD

posted on 10 Sep 2011 20:41 by taimeyz

 

ITALY!


 

 ที่ตั้ง : ตั้งอยู่ตอนใต้ของทวีปยุโรป ลักษณะเป็นคาบสมุทรยื่นออกไปใน ทะเลเมดิเตอร์เรเนียน พื้นที่ส่วนใหญ่เป็นภูเขาและที่ราบสูง โดยมีอาณาเขตทางทิศเหนือติดกับประเทศสวิตเซอร์แลนด์ และออสเตรีย ทิศใต้ติดกับทะเลเมดิเตอร์เรเนียน และทะเลไอโอเนียน ทิศตะวันตกมีพรมแดนจรดประเทศฝรั่งเศส และทะเลไทเรเนียน ส่วนทิศตะวันออกจรดทะเลอาเดรียติก และอยู่ตรงข้ามกับ สโลเวเนียโครเอเชีย บอสเนีย มอนเตเนโกร และแอลเบเนีย

 ภาษาที่ใช้ : ภาษาทางการ คือ ภาษาอิตาเลียน ส่วนภาษาที่ใช้รองลงมา คือ ภาษาเยอรมัน ซึ่งจะใช้กันมากในแคว้น Trentino-Alto Adige ที่ติดกับประเทศออสเตรีย ชาวอิตาเลียนในแคว้น Valle d’Aosta สามารถพูดภาษาฝรั่งเศสได้ด้วย

 วามแตกต่างของเวลา : ในฤดูร้อน เวลาของประเทศอิตาลีจะช้าของบ้านเรา 5 ชั่วโมง แต่ถ้าเป็นฤดูหนาว จะช้ากว่าเวลาในประเทศไทย 6 ชั่วโมง

 สภาพอากาศ : จะเป็นอากาศแบบทะเลเมดิเตอร์เรเนียน คือ มีภูมิอากาศเป็นแบบอบอุ่น อุณหภูมิปานกลาง และมีฝนตกตลอดทั้งปี

 ค่าเงิน และการธนาคาร : อิตาลีใช้เงินสกุลยูโร (EURO) โดย 1 ยูโร มีค่าประมาณ 50 บาทไทย ชนิดของธนบัตรมีตั้งแต่ 5, 10, 20, 50, 100, 200 และ 500 ยูโร ส่วนชนิดของเหรียญประกอบด้วย 1, 2, 5, 10, 20, 50 เซนต์ 1 ยูโร และ 2 ยูโร  นอกจากนี้ บัตรเครดิตที่ท่านสามารถนำไปจับจ่ายใช้สอยในประเทศอิตาลีได้ ได้แก่ Master Card, Visa Card, American Express, Diner Club เป็นต้น

 

ข้อไม่ควรปฏิบัติ  

     • ไม่ควรซื้อสินค้าที่เป็นของเทียมหรือเลียนแบบ เนื่องจากกฎหมายอิตาลีกำหนดโทษปรับผู้ซื้อสินค้าดังกล่าว 10,000 ยูโร 
     • ไม่สวมเสื้อเปิดไหล่หรือกางเกงขาสั้นเข้าสำนักวาติกันหรือโบสถ์อื่นๆ 
     • ไม่ควรเข้าไปชมโบสถ์หรือส่งเสียงดังในขณะมีการประกอบพิธีกรรมทางศาสนา 
     • ไม่ควรใช้สัญญลักษณ์มือในการสื่อภาษาหากไม่แน่ใจในความหมาย เช่น การใช้นิ้วมือ(โดยเฉพาะนิ้วกลาง) 
     • หลีกเลี่ยงการสนทนาที่มีความเห็นขัดแย้งทางศาสนา วัฒนธรรมและประเพณี


 
 
สถานที่ท่องเที่ยวในอิตาลี :)
 
 
  โคลอสเซียม หรือ โคลิเซียม

 
 
 
              เป็นสนามกีฬากลางแจ้งขนาดใหญ่ตั้งอยู่ใจกลางกรุงโรม เริ่มสร้างขึ้นในสมัยจักรพรรดิเวสเปเซียนแห่งจักรวรรดิโรมัน และสร้างเสร็จในสมัยของจักรพรรดิไททัส ในคริสต์ศตวรรษที่ 1 หรือประมาณปี ค.ศ. 80 อัฒจันทร์เป็นรูปวงกลมก่อด้วยอิฐและหินทรายวัดโดยรอบได้ประมาณ 527 เมตร สูง 57 เมตร สามารถจุผู้ชมได้ประมาณ 50,000 คน ใต้อัฒจรรย์ และใต้ดินมีห้องสำหรับขังนักโทษที่รอการประหารชีวิต และสิงโตหลายร้อยห้อง ใช้เป็นสถานที่ให้นักโทษ ต่อสู้กับสิงโตที่อดอาหาร หากนักโทษผู้ใดเอาชนะ ฆ่าสิงโตได้ด้วยมือเปล่าได้ก็รอดชีวิตไป หรือไว้ใช้เป็นที่ประลองฝีมือในเชิงฟันดาบของบรรดาเหล่าทาสให้ต่อสู้กันเอง ยิ่งถ้าต่อสู้กัน จนถึงสามารถฆ่าคู่ต่อสู้ตาย ก็จะได้รับเกียรติอย่างสูงเพราะเป็นการต่อสู้ที่ชาวโรมันนิยมและยกย่องกันมากปีๆหนึ่งต้องสูญเสียชีวิตนัก โทษและทาสไม่ต่ำกว่าร้อยคน สนามกีฬาแห่งนี้มีการออกแบบอย่างชาญฉลาดโดยสร้างให้สนามกีฬามีลักษณะเป็นรูปวงรี เพื่อให้ผู้ชมรู้สึกเข้าใกล้นักกีฬา และมีการออกแบบทางระบายน้ำเพื่อไม่ให้น้ำท่วมขังในสนามขณะเกิดฝนตก ถือเป็นต้นแบบของสนามกีฬาต่างๆในปัจจุบัน
 
 
 
  เวนิส เมืองแห่งความโรแมนติก
 
 

 
 
               เวนิส เป็นเมืองหลวงของแคว้นเวเนโต มีประชากร 271,663 คน (ข้อมูลวันที่ 1 มกราคม 2547) เมืองเวนิสได้รับฉายาว่า ราชินีแห่งทะเลอาเดรียตริก (Queen of the Adriatic), เมืองแห่งสายน้ำ (City of Water), เมืองแห่งสะพาน (City of Bridges), และ เมืองแห่งแสงสว่าง (The City of Light) เมืองเวนิสถูกสร้างขึ้นจากการเชื่อมเกาะเล็กๆ จำนวนมากเข้าด้วยกันในบริเวณทะเลสาบเวนิเทีย ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของทะเลอาเดรียตริก ในภาคเหนือของประเทศอิตาลี ทะเลสาบน้ำเค็มนี้ตั้งอยู่บริเวณชายฝั่งระหว่างปากแม่น้ำโปกับแม่น้ำพลาวิ มีผู้อยู่อาศัยโดยประมาณ 272,000 คน ซึ่งนับรวมหมดทั้งเวนิส โดยมี 62,000 คนในบริเวณเมืองเก่า 176,000 คนในเทอร์ราเฟอร์มา (Terraferma) และ 31,000 คนในเกาะอื่นๆ ในทะเลสาบ
 
 
  น้ำพุเทรวี่
 
 
กกกกกกกกกก

               ตั้งอยู่ใจกลางกรุงโรม ประเทศอิตาลี เริ่มเป็นที่รู้จักและมีชื่อเสียงจากภาพยนตร์เรื่อง "Three Coins in the Fountain" น้ำพุแห่งนี้นับเป็นน้ำพุที่สถาปัตยกรรมงดงามมาก ซึ่งเป็นผลงานของสถาปนิก ชื่อ Francesco Salvi ในช่วงศตวรรษที่ 17 น้ำพุเทรวี่นี้ถือเป็นผลงานชิ้นเอกที่สร้างความประทับให้กับนักท่องเที่ยวทั่วโลกเลยทีเดียว   ส่วนกลางของน้ำพุ มีรูปปั้นของเทพเจ้าเนปจูน (Neptune) ขี่รถม้าติดปีก แสดงถึงความมีสุขภาพที่แข็งแรง และความอุดมสมบูรณ์ของอาณาจักร ตามธรรมเนียมแล้ว นักท่องเที่ยวที่มาชมน้ำพุเทรวี่แห่งนี้ ควรจะโยนเหรียญ 1 เหรียญลงไปในสระ โดยมีความเชื่อกันว่า หากโยนเหรียญลงไปแล้ว จะได้กลับมาเยือนกรุงโรมอีกครั้งหนึ่ง

กกก

  หอเอนเมืองปิซ่า



               

               ตั้งอยู่ที่เมืองปิซา ประเทศอิตาลี เป็น 1 ใน 7 สิ่งมหัศจรรย์ของโลก เป็นหอคอยหินอ่อนที่พิศดาร สูง 54 เมตร (181 ฟุต) มี 8 ชั้น แต่ละชั้นมีเสาหินอ่อนที่สลักลวดลายวิจิตรรองรับ ได้ลงมือสร้างเมื่อ พ.ศ. 1717 (ค.ศ. 1174) ไปเสร็จในปี พ.ศ. 1893 (ค.ศ. 1350) ใช้เวานานถึง 176 ปี ซึ่งเป็นสิ่งก่อสร้างที่ใช้เวลาสร้างนานที่สุดในโลก ความน่ามหัศจรรย์อีกอย่าง คือ เมื่อเริ่มสร้างได้ 4-5 ชั้น หอนี้เริ่มเอียง แต่ไม่ถึงกับพังทลายลงมา เพราะแรงที่จุดศูนย์ถ่วง เมื่อลากดิ่งลงมาไม่ออกนอกฐานจึงไม่ล้มยังทรงตัวอยู่ได้ เมื่อสร้างเสร็จ ยอดของหอเอียงออกจากแนวดิ่งของฐานถึง 4 เมตร(14 ฟุต) และหอเอนนี้ช่วยให้กาลิเลโอ นักวิทยาศาสตร์ ชาวอิตาเลียน ผู้มีชื่อเสียงของโลก ได้ทดลองเรื่องอัตราเร็วของเทห์วัตถุที่ตกลงมาจากที่สูง 

กกกกกกก

 มหาวิหารเซนต์ปีเตอร์

 

กกกกกก

               รู้จักกันโดยชาวอิตาลีว่า Basilica di San Pietro in Vaticano หรือเรียกกันสั้นๆว่าเซนต์ปีเตอร์บาซิลิกา (Saint Peter's Basilica) มหาวิหารนี้เป็นมหาวิหารหนึ่งในสี่ของมหาวิหารหลักในกรุงโรม, ประเทศอิตาลี (อีกสามมหาวิหารคือ: มหาวิหารเซ็นต์จอห์นแลเตอร์รัน, มหาวิหารซานตามาเรียมายอเร และ มหาวิหารเซ็นต์พอลนอกกำแพง อยู่ในนครรัฐวาติกัน เป็นดินแดนที่ตั้งอยู่ใจกลางกรุงโรม ประเทศอิตาลีเป็นที่ประทับของpope ซึ่งเป็นประมุขสูงสุดแห่งศาสนาคริสต์ นิกายRoman Catholic State of the Vatican City จัดว่าเป็นประเทศ ที่มีขนาดเล็กที่สุดในโลก ศูนย์กลางคือ มหาวิหาร St. Peter ที่ออกแบบโดยอัจฉริยะบุคคล Michelangelo  มหาวิหารเซนต์ปีเตอร์เป็นสิ่งก่อสร้างที่ใหญ่และสำคัญที่สุดในนครรัฐวาติกันสร้างทับวิหารเดิมที่ชื่อเดียวกัน โดมของมหาวิหารเซนต์ปีเตอร์สูงโดดเด่นสามารถเห็นได้แต่ไกลในตัวเมืองโรม วัดนี้ตั้งอยู่ในเนื้อที่ประมาณ 2.3 เฮกตาร์ สามารถจุคนได้กว่า 60,000 คน เป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ที่สุดที่หนึ่งของคริสตชนนิกายโรมันคาทอลิก ที่ตั้งวัดเชื่อกันว่าเป็นที่ฝังร่างของ นักบุญปีเตอร์ ซึ่งเป็นหนึ่งในสาวกสิบสององค์ของพระเยซู ภายในมีรูปสลักปิเอตา (Pietà) ซึ่งเป็นผลงานของไมเคิลแองเจโล เป็นรูปสลักหินอ่อนพระแม่มาเรียประทับบนแท่นหิน ขณะที่รองรับพระศพของพระบุตรไว้ในท่าพาดบนตักหลังจากที่ถูกนำลงจากไม้กางเขน

กกกกก

  วิหารพาร์เธนอน

กกกกกกก

กกกกก

               คือ วิหารโบราณบนเนินอะโครโพลิสในกรุงเอเธนส์ ประเทศกรีซ สร้างเพื่อเป็นศาสนสถานบูชาเทพีเอเธนา หรือเทพีแห่งปัญญา ความรอบรู้ ในศตวรรษที่ 5 ก่อนคริสต์ศักราช เป็นสิ่งก่อสร้าง สถาปัตยกรรม กรีกโบราณ ที่มีชื่อเสียงที่สุด แสดงให้เห็นถึงความเฉลียวฉลาด ของสถาปนิก ในสมัยนั้น และ ถือได้ว่า เป็นหนึ่งในสิ่งก่อสร้างที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลก มีขนาดกว้าง 101.4 ฟุต หรือ 30.9 เมตร และ ยาว 228.0 ฟุต หรือ 69.5 เมตร คำว่า พาร์เธนอน นั้นน่าจะมาจาก ประติมากรรม ที่เคยตั้งอยู่ภายในวิหาร คือ Athena Parthenos ซึ่งมีความหมายว่า เทพีอันบริสุทธิ์ ซากที่ยังเหลือให้เห็น ก็คือ โครงสร้างที่ค้ำด้วย เสาหินอ่อน สีอมชมพู และหน้าบันบางส่วน ส่วนภายในเคยมี ประติมากรรม เทพีอาธีนา ขนาดใหญ่ตั้งอยู่ วิหารนี้ใช้เป็นที่บวงสรวง เทพีอาธีนา ต่อมาใช้เป็น โบสถ์ของชาว คริสต์นิกายออร์โธดอกซ์ แล้วก็เปลี่ยนมาเป็น โบสถ์คาทอลิก จนกระทั่งในยุคที่ ชาวเติร์ก ครองเมืองถูกดัดแปลงมาเป็น มัสยิด และในที่สุด ก็ถูกใช้เป็นที่เก็บดินปืน ในสงครามระหว่างเติร์ก กับ เวเนเชี่ยน (Venetian) ทำให้ถูกระเบิดเสียหายไปบางส่วน และ วิหารพาร์เธนอน มาทรุดโทรมอย่างหนัก เมื่อคราวสงคราม กอบกู้อิสรภาพของกรีก จาก เติร์ก

 

  ปอมเปอี

กกกกก

กกกกกกกก

               เป็นเมืองเก่าสมัยกลาง ตั้งอยู่บริเวณภาคใต้ของคาบสมุทรอิตาลี ริมอ่าวเนเปิล เมืองนี้เป็นชุมชนขึ้นมาก่อนคริสต์ศักราช โดยอยู่ใต้ อิทธิพลของกรีก ต่อมาราว 80 ปีก่อนคริสตกาลกลายเป็นเมืองตากอากาศฤดูร้อนของชาวโรมันหลังตกเป็นอาณานิคมของอาณาจักรโรมัน กระทั่งค.ศ.63 เกิดแผ่นดินไหวรุนแรง เมืองรุ่งเรืองสมบูรณ์แบบกลายเป็นซากปรักหักพังทันที  เมื่อขุดผืนดินที่ทับถมออกหมดสิ้นก็ได้พบซากเมืองใหญ่โต สร้างด้วยหินแข็งแรง ได้เห็นผังเมือง และภายในกำแพงที่โอบล้อมตัวเมือง มีถนนหนทาง ใจกลางเมืองมีจัตุรัส วิหาร อนุสรณ์สถาน สำนักงานราชการ ตลาด ร้านค้า โรงละคร สนามกีฬา บ้านเรือน และโรงอาบน้ำสาธารณะ รวมทั้งรูปปั้นและสิ่งของ เครื่องใช้เครื่องประดับตกแต่งจำนวนมากมาย เป็นสมบัติล้ำค่าทางประวัติศาสตร์โบราณคดีที่  หลายจุดน่าสลด พบซากชาวปอมเปเอียนและสัตว์เลี้ยงแข็งเป็นหินคงสภาพเกือบทุกประการ รวมถึงความหวาดกลัวต่อความตายที่ยังตราติดอยู่บนดวงหน้า บางซากนั่งเอามือปิดหน้า บางซากซบอยู่กับกำแพง ปอมเปอีจึงได้อีกชื่อว่า "ซากเมืองแห่งความตาย"

 

  สุสานมัมมี่

กกกกกกก


กกกกกกกก

               คือ สุสานใต้ดิน ในเมืองพาเลอร์โม ( Palermo ) บนเกาะซิซิลี ( Sicily ) ทางเหนือ ของ ประเทศอิตาลี ( Italy ) ในช่วงปี 1534 เหล่าพระคาปูชิน ที่อยู่ในวัดที่ พาเลอร์โม เมื่อมรณภาพจะใช้การฝังในถ้ำ เมื่อเวลาผ่านไปถ้ำดังกล่าวเกิดเต็มจนไม่สามารถใช้ฝังพระได้อีกต่อไป ทำให้ในปี ค.ศ. 1599 จึงเริ่มีการขุดอุโมงค์ใต้อารามเพื่อดัดแปลงเป็นที่ฝังศพแทนถ้ำที่เต็มหลังขุดเสร็จ หลวงพ่อ Silvestro of Gubbio เป็นพระรูปแรกที่ถูกฝังที่สุสานนี้ และถือเป็นจุดเริ่มต้นของ 1 ใน สถานที่ท่องเที่ยว สุดสยอง ที่ได้รับความนิยมที่สุดใน ประเทศอิตาลี่

 

 กรุงโรม

กกกกกก


กกกกกกก

               เป็นเมืองหลวงและเมืองที่ใหญ่ที่สุดของแคว้นลาซิโอและประเทศอิตาลี ตั้งอยู่ทางตอนกลางของประเทศ ในเขตตัวเมืองมีประชากรอาศัยอยู่ประมาณ 2.5ล้านคน ถ้ารวมเมืองโดยรอบจะมีประมาณ 4.3 ล้านคน โดยมีจำนวนประชากรใกล้เคียงกับมิลานและเนเปิลส์ โรมมีประวัติศาสตร์ยาวนานมากกว่า 2,800 ปี ตั้งอยู่บนเนินเขาทั้งเจ็ดริมฝั่งแม่น้ำไทเบอร์ตอนกลางของประเทศ โดยเป็นเมืองหลวงของอาณาจักรในอดีตมากมาย เช่น ราชอาณาจักรโรมัน สาธารณรัฐโรมัน และจักรวรรดิโรมัน โรมเคยเป็นเมืองที่มีบทบาทมากที่สุดของอารยธรรมตะวันตก และในอดีตได้เป็นอาณาจักรที่ใหญ่ที่สุดในโลก ปัจจุบันได้เป็นเมืองหลวงของประเทศอิตาลีตั้งแต่ ค.ศ. 1870 นอกจากนี้ โรมยังเป็นที่ตั้งของนครรัฐวาติกัน ซึ่งเป็นดินแดนที่ประทับของพระสันตะปาปาแห่งศาสนาคริสต์นิกายโรมันคาธอลิกอีกด้วย

 

  พระราชวังวาติกัน

กกกกก

กกกกกกกกกก

               ตั้งอยู่ในกรุงโรม ประเทศอิตาลี เป็นศูนย์กลางการปกครองของศาสนาคริสต์เเละยังเป็นที่ประทับของสมเด็จพระสันตปาปาประมุขฝ่ายศาสนาคริสต์ เป็นพระราชวังที่ใหญ่ที่สุดในโลกใช้ประกอบพิธีกรรม ทางศาสนาต่างๆเป็นงานสถาปัตยกรรมที่งดงามลวดลายวิจิตรด้วยฝีมือศิลปินชาวอิตาลีหลายคนหลายยุคสมัยกว้าง 289 ฟุต ยาว 486 ฟุต สูง  354 ฟุต มียอดปราสาทมากถึง 135 ยอด เเละห้องต่างๆมากถึงสี่พันห้องนับเป็นงานก่อสร้างที่งดงามเเละมหัศจรรย์อีกเเห่งหนึ่งของโลก ภายในจะมีจุดสนใจของผู้ที่มาท่องเที่ยวก็คือ  รูปภาพ ปิเอต้า(Pieta) สร้างสรรค์โดย ไมเคิลแองเจโล่ เป็นศิลปะ สมัยยุดเรนาชองต์ ประดิษฐาน ขึ้นที่ มหาวิหารวิหารเซ็นต์ ปีเตอร์ในศตวรรษที่ 18 โดยเป็นภาพของพระแม่มารีย์ ทรงโอบอุ้มพระเยซูก่อนที่ท่านจะสิ้นใจนอกจากนั้นยังมีศิลปะหลายแขนง ให้เลือกชม มากมาย

กกกกกกกกกกกกกก

  บันไดสเปน

ดดด

ดดดดดดดดด

               หนึ่งในจุดที่สวยในกรุงโรมบ่ายๆ ผู้คนจะมานั่งพักผ่อนพบปะกันเต็ม ย่านชอปปิ้งที่หรูหราที่สุดของเมือง มีซอยเล็ก ซอยน้อย ที่ท่านจะได้เดินเที่ยวชมและช้อปปิ้งเพลิดเพลิน

กกกกกกกกกกก

  มิลาน & วิหารดูโอโม่

ดดดดดดดด

ดดดดดดดดด

              มิลานเป็นเมืองสำคัญในภาคเหนือของประเทศอิตาลีตั้งอยู่บริเวณที่ราบลอมบาร์ดี เมืองมิลานมีประชากร ประมาณ 1,308,500คนโดยถ้ารวมบริเวณรอบนอกและเขตปริมณฑลจะมีประมาณ 4 ล้านคน ซึ่งเรียกเขตทั้งหมดว่า ลากรันเดมีลาโน  มิลานมีพื้นที่ประมาณ 1,982 ตร.กม. ชื่อเมืองมิลาน มาจากภาษาเซลต์ คำว่า "Mid-lan" ซึ่งหมายถึง อยู่กลางที่ราบ เมืองมิลานมีชื่อเสียงในด้านแฟชันและศิลปะ ซึ่งมิลานถูกจัดให้เป็นเมืองแฟชันในลักษณะเดียวกับ นิวยอร์ก ปารีส ลอนดอน และ โรม นอกจากนี้มิลานยังเป็นที่รู้จักจากประเพณีคริสต์มาสที่เรียกว่า ปาเนตโตเน อุตสาหกรรม ผ้าไหม และแหล่งผลิตรถยนต์ อัลฟา โรมีโอ

              วิหารดูโอโม่ ตั้งอยู่ที่จตุรัสกลางเมืองมิลานโบสถ์แห่งนี้เป็นศิลปะสถาปัตยกรรมแบบโกธิคที่ยิ่งใหญ่สวยงามที่สุดในอิตาลีและใหญ่เป็นอันดับ 2 ของโลก โดยที่ไม่นับวิหารเซ็นต์ปีเตอร์ความยาว ประมาณ 157 เมตร สามารถจุคนได้ประมาณ ถึง 40,000 คนซึ่งใช้ระยะเวลาการก่อสร้างยาวนานกว่า 500 ปี ( ค.ศ.1386 – 188) เป็นสิ่งก่อสร้างในยุคอาณาจักรโรมันรุ่งเรือง

กกกกกกกก

  เมืองฟลอเรนซ์

ดดดดด

ดดดดดดดด

               ฟีเรนเซ หรือ ฟลอเรนซ์ เป็นเมืองหลวงของแคว้นตอสกานาและจังหวัดฟีเรนเซ ใน ประเทศอิตาลีระหว่าง ค.ศ. 1865 ถึง ค.ศ. 1870 ฟีเรนเซก็เป็นเมืองหลวงของราชอาณาจักรอิตาลี ฟีเรนเซตั้งอยู่บนฝั่งแม่น้ำอาร์โน มีประชากรประมาณ 400,000 คนและอีก 200,000 คนในบริเวณปริมณฑล ฟีเรนเซในยุคกลางเป็นศูนย์กลางทางการค้าและทางการเงิน และถือกันว่าเป็นที่เกิดของยุคฟื้นฟูศิลปวิทยา ตระกูลที่มีอำนาจการปกครองฟีเรนเซเป็นเวลานานคือตระกูลเมดิชิ นอกจากนั้นฟีเรนเซก็ยังมีชื่อว่าเป็นศูนย์กลางทางศิลปะและสถาปัตยกรรม ในยุคกลางฟีเรนเซเป็นที่รู้จักกันในนามว่าเอเธนส์ใจกลางเมืองเก่าของฟีเรนเซได้รับเลือกโดยองค์การยูเนสโกให้ขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลก เมื่อปี ค.ศ.1982 (พ.ศ. 2525)

กกกกกกกกกกกกกก


คำถาม 15 ข้อ :P

posted on 19 Aug 2011 00:15 by taimeyz
 
1. มัลติมีเดียคืออะไร เกี่ยวข้องกับการนำเสนอข้อมูลอย่างไร
>>    มัลติมีเดีย คือ การใช้คอมพิวเตอร์ร่วมกับโปรแกรมซอฟต์แวร์ในการสื่อความหมายโดยการผสม
ผสานสื่อหลายชนิด เช่น ข้อความ กราฟิก (Graphic)  ภาพเคลื่อนไหว (Animation) เสียง (Sound)
และวีดิทัศน์ (Video) เป็นต้น และถ้าผู้ใช้สามารถที่จะควบคุมสื่อให้นำเสนอออกมาตามต้องการได้
จะเรียกว่า มัลติมีเดียปฏิสัมพันธ์ (Interactive Multimedia)  การปฏิสัมพันธ์ของผู้ใช้สามารถจะกระทำ
ได้โดยผ่านทางคีย์บอร์ด (Keyboard) เมาส์ (Mouse) หรือตัวชี้ (Pointer) การใช้มัลติมีเดียในลักษณะปฏิสัมพันธ์ก็เพื่อช่วยให้ผู้ใช้ สามารถเรียนรู้หรือทำกิจกรรม รวมถึงดูสื่อต่างๆด้วยตนเอง  สื่อต่างๆที่
นำมารวมไว้ในมัลติมีเดีย เช่น ภาพ เสียง วีดิทัศน์ จะช่วยให้เกิดความหลากหลาย น่าสนใจ และเร้า
ความสนใจเพิ่มความสนุกสนานในการเรียนรู้มากยิ่งขึ้น

2.การนำเสนอข้อมูลในรูปแบบเว็บไซต์ดีกว่าเอกสารสิ่งพิมพ์อย่างไร 
>>    1. ลดการใช้กระดาษ  
         2. สามารถคัดลอกได้ ถ้าต้องการข้อมูลนั้น  
 
3.Microsoft PowerPoint สามารถนำเสนอข้อมูลในรูปแบบใดได้บ้าง 
>>    ภาพนิ่ง ภาพเคลื่อนไหว ตัวอักษร กราฟ แผนภูมิ วีดีโอ เสียง แผนผัง
 
4.การเชื่อมโยงภายในและภายนอก Microsoft PowerPoint แตกต่างกันอย่างไร
>>    แตกต่างกัน คือ การเชื่อมโยงภายใน เป็นการเชื่อมโยงภายในงานชิ้นนั้น ระหว่างสไลด์
กับสไลด์แต่การเชื่อมโยงภายนอก เป็นการเชื่อมโยงข้อมูลหรือรูปภาพนอกงานชิ้นนั้น เช่น
จากเว็ปไซต์ , จากเอกสารภายในเครื่องคอมพิวเตอร์

5.นอกจากคอมพิวเตอร์แล้วยังมีเทคโนโลยีใดที่ช่วยส่งเสริมการนำเสนอข้อมูลบ้าง
>>    เครื่อง Teblet , โทรทัศน์

6.นักเรียนคิดว่าการนำเสนอข้อมูลในรูปแบบใดสามารถทำได้ง่ายที่สุด เพราะเหตุใด
>>    ตัวอักษรและภาพนิ่ง เพราะสามารถพิมพ์หรือคัดลอกมาวางได้ทันที และทำได้สะดวกกว่า

7.การตกแต่งเพิ่มเติมด้วยแม่แบบใน Microsoft PowerPoint สามารถทำได้อย่างไร 
>>    (Microsoft PowerPoint 2010)   1. หาคำว่า "ออกแบบ" ในแถบเมนูด้านบน
                                                    2. เลือกแบบที่ต้องการ
 
8.การกำหนดกล่องข้อความหรือวัตถุให้เคลื่อนไหวใน Microsoft PowerPoint
สามารถตั้งค่าได้ที่ใด 
>>    (Microsoft PowerPoint 2010)   1.คลิกที่กล่องข้อความหรือวัตถุนั้น
                                                   2. หาคำว่า "ภาพเคลื่อนไหว" ในแถบเมนูด้านบน
                                                   3. เลือกลักษณะต่างๆตามความชอบ
 
9.ยกตัวอย่างซอฟต์แวร์ที่ใช้สำหรับนำเสนอข้อมูลตัวหนังสือหรือตัวอักษรม
อย่างน้อย 3 โปรแกรม
>>    1. Sliderocket       2. Microsoft word       3. Proshow gold
 
10.ถ้าไม่มีกล่องข้อความใน Microsoft PowerPoint จะสามารถสร้างงานนำเสนอข้อมูล
ได้หรือไม่ อย่างไร 
>>    สร้างได้ โดยการคัดลอกข้อมูลจากเอกสาร จากเว็ปไซต์ต่างๆ มาวางในงานนำเสนอแทน
หรือ นำเสนอข้อมูลในรูปแบบอื่นๆ

11.เครื่องพิมพ์เป็นฮาร์ดแวร์ที่จำเป็นสำหรับการนำเสนอข้อมูลด้วย Microsoft PowerPoint
หรือไม่ อย่างไร
>>    ไม่จำเป็น เพราะ Microsoft PowerPoint นำเสนอข้อมูลเป็นเอกสารอิเล็กทรอนิกส์ ไม่จำเป็น
ต้องพิมพ์ออกมาเป็นเอกสาร

12. Microsoft PowerPoint สามารถแทรกรูปภาพ ภาพยนตร์ และเสียงได้หรือไม่ ถ้าได้
มีวิธีการอย่างไร
>>    แทรกได้ ( PowerPoint 2010)   1.หาคำว่า "แทรก" ในแถบเมนูด้านบน  
                                                  2. เลือกสิ่งที่ต้องการแทรก เช่น ภาพ เสียง วีดีโอ ฯลฯ

13.การนำเสนอด้วยแผนภูมิ แผนผัง และกราฟดีกว่าการนำเสนอข้อมูลด้วยตัวหนังสือ
หรือตัวอักษรอย่างไร 
>>    สามารถเข้าใจได้ง่ายกว่าตัวหนังสือเพราะมีรูปประกอบ และสามารถเปรียบเทียบข้อมูลได้

14.การสร้างงานนำเสนอด้วย Microsoft PowerPoint สำหรับผู้รับข้อมูล 20 คนพร้อมกัน
จะต้องใช้ฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์ใดบ้าง 
>>    software : ใช้ OS , Powerpoint
         hardware : ใช้ คอมพิวเตอร์ , โปรเจคเตอร์ , ลำโพง

15.ยกตัวอย่างเทคโนโลยีที่ส่งเสริมการนำเสนอข้อมูลในรูปแบบตัวหนังสือหรือตัวอักษร
รูปภาพ หรือ ภาพนิ่ง แผนภูมิ แผนผัง กราฟ เสียง และภาพเคลื่อนไหวได้พร้อมกัน
>>    โทรทัศน์ , คอมพิวเตอร์ , tablet , โทรศัพท์มือถือ

 

 

 

 


edit @ 19 Aug 2011 00:34:09 by *taimey'z

LOGO language :)

posted on 10 Jul 2011 15:03 by taimeyz
 LOGO language (ภาษาโลโก)
 
 
ประวัติความเป็นมา
 
          ความเป็นมาของภาษาโลโกเริ่มขึ้นในปี พ.ศ.2513 เมื่อกลุ่มนักวิจัยของสถาบันเทคโนโลยีแมสซาชูเซตส์ นำโดย เซย์มัว พาเพิร์ต ได้ทำการออกแบบและสร้างหุ่นยนต์ คล้ายกับของ เกย์ วอลเทอร์ เพื่อให้เด็ก ๆ สามารถเขียนโปรแกรมคำสั่งที่ใช้ภาษาที่เข้าใจง่าย สั่งให้โปรแกรมทำงานตามที่ต้องการ พวกเขาจึงทำการพัฒนาภาษาคอมพิวเตอร์ขึ้นใหม่ เรียกว่าภาษา “โลโก” เป็นภาษาที่ง่ายสำหรับเด็ก ช่วยให้เด็กสามารถเขียนคำสั่งให้หุ่นยนต์เต่า (Logo) เคลื่อนที่ไปมาและเปลี่ยนทิศทางตามที่ต้องการ ภาษาโลโกจึงเป็นทางเลือกใหม่ สำหรับเด็กในการฝึกทักษะทางภาษาคอมพิวเตอร์ และสามารถสร้างงานจากจินตนาการ โดยอาศัยความเข้าใจพื้นฐานของวิชาคณิตศาสตร์ที่ใช้ในชีวิตประจำวันได้ ในปัจจุบันเครื่องคอมพิวเตอร์และอุปกรณ์ต่าง ๆ มีราคาถูก จึงได้มีการพัฒนาโปรแกรมสำเร็จรูปให้สามารถจำลองหุ่นยนต์เต่าอิเล็กทรอนิกส์ เป็นภาพกราฟิกเต่า เคลื่อนที่ไปมาบนจอภาพคอมพิวเตอร์ ต่อมามีการเปลี่ยนแปลงรูปแบบของภาพกราฟิกเต่า มาเป็นภาพสัญลักษณ์สามเหลี่ยม
 
ภาษาโลโกบนระบบปฏิบัติการวินโดว์
 
          ภาษาโลโกได้รับการพัฒนามาอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปี พ.ศ.2513 และเมื่อต้นปี พ.ศ.2523 กลุ่มผู้เชี่ยวชาญในการพัฒนาภาษาคอมพิวเตอร์ นำทีมโดย เซย์มัว พาเพิร์ต ได้ออกแบบโปรแกรมสร้างภาพกราฟิกที่มีประสิทธิภาพสูงและใช้งานง่าย เรียกว่า ภาษาโลโก  “โลโก” หมายถึงหุ่นยนต์เต่า สามารถเคลื่อนที่ไปในทิศทางต่างๆ ได้โดยการควบคุมจากเครื่องคอมพิวเตอร์ ในขณะที่เคลื่อนที่จะเขียนรอยทางเดินไปตามทิศทางนั้น ๆ ด้วย ผู้เขียนโปรแกรมสามารถใช้คำสั่งภาษาอังกฤษที่เข้าใจได้ง่า ๆ เช่น เมื่อต้องการให้เต่าเคลื่อนที่ไปด้านหน้าจะใช้คำสั่งว่า FORWARD (ซึ่งแปลว่า เดินหน้า) หรือ ต้องการให้ย้อนกลับจะใช้คำสั่งว่า REVERSE (ซึ่งแปลว่า ย้อนกลับ) และคำสั่งให้เลี้ยวขวาหรือเลี้ยวซ้ายจะใช้ว่า RIGHT หรือ LEFT เป็นต้น 
           ภาษาโลโกมีจุดเริ่มต้นการพัฒนาโปรแกรมจาก ไบรอัน ฮาร์เวย์ และคณะทำงานที่มหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนียร์–เบิร์กเลย์ ซึ่งเรียกโปรแกรมนี้ว่า "โลโกเบิร์กเลย์" หลังจากนั้นได้มีการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง ให้สามารถใช้งานภายใต้ระบบปฏิบัติการที่แตกต่างกัน จากระบบยูนิกซ์ (UNIX) เป็นระบบดอส (DOS) จนถึงปัจจุบัน ยอร์จ มิลส์ ได้พัฒนาให้สามารถทำงานภายใต้ระบบปฏิบัติการวินโดวส์ได้ เราเรียกโปรแกรมนี้ว่า “เอ็มเอสดับบลิวโลโก”(MSWLogo)
           MSWLogo เป็นโปรแกรมรุ่นที่มีประสิทธิภาพสูงสุดจากโปรแกรมโลโกที่มีใช้ทั้งหมดในขณะนี้ เหมาะสำหรับใช้ในการเรียนระดับประถมศึกษาและมัธยมศึกษาตอนต้น และได้มีการเรียนการสอนเกี่ยวกับโปรแกรมนี้อย่างแพร่หลายในประเทศสหรัฐอเมริกา ญี่ปุ่น ออสเตรเลีย และประเทศอื่นๆ ทั่วโลก การใช้งานสะดวก ไม่ยุ่งยาก เหมือนโปรแกรมอื่นๆ ที่มีปุ่มเลือกและสัญรูปต่างๆ เป็นจำนวนมาก โปรแกรมนี้จะกระตุ้นให้นักเรียนมีความกล้าในการสร้างสรรค์งานกราฟิกรูปแบบต่างๆ จากจินตนาการของตนเองได้ง่าย ช่วยให้มีพื้นฐานและความถนัดเบื้องต้นในการเขียนโปรแกรม นอกจากนี้ความแพร่หลายของโปรแกรม MSWLogo ที่นำไปสอนในโรงเรียนต่างๆ ทำให้มีการสนับสนุนทางด้านวิชาการและตัวอย่างโปรแกรมที่น่าสนใจเป็นจำนวนมาก โดยสามารถสืบค้นจากอินเทอร์เน็ตได้โดยง่าย 
 
หน้าต่างโปรแกรมโลโก
 
 
 
ส่วนที่ 1 มีชื่อเรียกว่าหน้าต่างแสดงผล (Display window) เริ่มต้นจะมีภาพเต่าโลโกเป็นรูปสามเหลี่ยม ชี้ไปทางทิศเหนือ(คือด้านบนของจอภาพ) และเมื่อมีการสั่งให้เต่าทำงาน จะแสดงรอยทางเดินที่เต่าเคลื่อนที่ไปในทิศทางที่กำหนด ด้วยความยาวขนาดต่างๆ
 
ส่วนที่ 2 มีชื่อเรียกว่าหน้าต่างแสดงคำสั่ง (Commander window) คำสั่งที่สั่งให้เต่าโลโกทำงานเมื่อพิมพ์ลงไปแล้วจะปรากฏให้เห็นในหน้าต่างนี้ คำสั่งที่พิมพ์เข้าไปก่อนจะอยู่บรรทัดบน ส่วนคำสั่งที่พิมพ์ตามเข้าไปจะอยู่บรรทัดล่าง คำสั่งเหล่านี้สามารถเรียกกลับมาใช้งานได้อีก
 
ส่วนที่ 3 มีชื่อเรียกว่าช่องป้อนเข้าข้อมูล (Input box) เป็นส่วนหนึ่งของหน้าต่างแสดงคำสั่ง เมื่อคลิกที่ช่องนี้จะปรากฏเครื่องหมายเคอร์เซอร์ (Cursor) ทำให้สามารถพิมพ์คำสั่งลงไปได้ครั้งละ 1 บรรทัด เมื่อพิมพ์เสร็จแล้วให้กดแป้น Enter เสมอ คำสั่งที่พิมพ์ลงไปจะไปปรากฏในหน้าต่างแสดงคำสั่ง (ส่วนที่ 2) และโปรแกรมจะทำการประมวลผล ในกรณีที่เป็นคำสั่งเกี่ยวกับการเคลื่อนที่จะทำให้เต่าในหน้าต่างที่ 1 เกิดการเคลื่อนไหวด้วย แต่ถ้าคำสั่งมีข้อผิดพลาดก็จะปรากฏข้อความที่เต่าไม่เข้าใจ (I don’t know how to …) ในหน้าต่างที่ 2 นี้
 
          ขณะที่อยู่ในช่องป้อนเข้าข้อมูล ถ้ากดแป้นลูกศรขึ้น เคอร์เซอร์จะเข้าไปอยู่ในหน้าต่างแสดงคำสั่งด้านบน จึงสามารถเลือกคำสั่งเดิมให้ทำงานได้อีก (โดยคลิกที่ปุ่ม Execute)
 
 
คำสั่งเบื้องต้นในภาษาโลโก
 
คำสั่งเต็ม คำสั่งย่อ ความหมาย
FORWARD FD เดินตรงไปข้างหน้า (ตามระยะที่กำหนด)
BACK BK ถอยหลัง (ตามระยะที่กำหนด)
RIGHT RT เลี้ยวขวา (ตามมุมองศาที่กำหนด)
LEFT LT เลี้ยวซ้าย (ตามมุมองศาที่กำหนด)
Home - สั่งให้เต่ากลับไปยังตำแหน่งเริ่มต้น
Clear Screen CS ลบข้อมูลทั้งหมดที่ปรากฏในหน้าต่างแสดงผล
Hide Turtle HT ซ่อนภาพกราฟิกเต่า
Show Turtle ST แสดงภาพกราฟิกเต่า
 
 
การเขียนชุดคำสั่งในลักษณะ Program Mode
 
         คำสั่งที่สั่งให้เต่าโลโกทำงานดังที่ได้ทดลองปฏิบัติในใบงานที่ 3-4 นั้น เรียกว่าเป็นการทำงานในลักษณะ Command Mode กล่าวคือเต่าโลโกจะทำตามคำสั่งทันที่ที่กดแป้น Enter วิธีนี้สะดวกและได้ผลรวดเร็ว แต่จะเห็นว่าเมื่อเกิดความผิดพลาดจะแก้ไขได้ยาก อาจต้องใช้คำสั่งลบจอภาพ (Clear Screen - CS) ซึ่งทำให้ภาพถูกลบไปทั้งหมด ต้องเริ่มต้นใหม่
         ยังมีอีกวิธีหนึ่งในการสั่งให้เต่าโลโกทำงาน แต่คราวนี้จะต้องพิมพ์ชุดคำสั่งทั้งหมดลงไปก่อน และเมื่อเรียกใช้ส่วนหนึ่งในชุดคำสั่งนี้ เต่าโลโกจะสร้างภาพทั้งหมดให้ทันที วิธีการนี้เรียกว่าเป็นการทำงานในลักษณะ Program Mode ตัวอย่างเช่น ในการสร้างรูปสี่เหลี่ยมจัตุรัสที่มีความยาวด้านละ 100 หน่วย จะใช้คำสั่งใน comand mode ดังนี้
 
แต่เมื่ออยู่ใน program mode จะเพิ่มคำสั่งดังนี้
 
          และถ้าต้องการให้โปรแกรมนี้ทำงานก็เพียงแต่พิมพ์คำว่า SQUARE ที่ช่องป้อนเข้าข้อมูลเท่านั้น ก็จะได้รูปสี่เหลี่ยมจัตุรัสทันที จะสังเกตเห็นว่าชุดคำสั่งในลักษณะ program mode สามารถทำได้ง่าย ๆ เพียงเพิ่มคำสั่ง TO ตามด้วยชื่อรูปที่จะสร้าง (ในที่นี้คือ SQUARE = รูปสี่เหลี่ยมจัตุรัส) ไว้ที่บรรทัดแรก ตามด้วยชุดคำสั่งในการสร้างรูป และปิดท้ายด้วยคำสั่ง END
 
          ลองดูอีกคำสั่งหนึ่ง เช่นการสร้างภาพดอกไม้ (FLOWER) จะมีชุดคำสั่งดังนี้

 
           หลังจากที่พิมพ์ชุดคำสั่งข้างต้นลงไปทั้งหมดแล้ว เมื่อพิมพ์ชื่อ FLOWER ที่ช่องป้อนเข้าข้อมูลและกดแป้น Enter จะได้ภาพดอกไม้สีแดง 1 ดอกที่กลางจอภาพทันที
           ข้อดีของการเขียนชุดคำสั่งในลักษณะ program mode ก็คือ สามารถบันทึกชุดคำสั่งเหล่านี้ไว้ในฮาร์ดดิสก์หรือแผ่นดิสก์ได้ โดยการใช้คำสั่ง File --> Save หรือ File --> SaveAs
 
การสร้างภาพเคลื่อนไหว
 
           ภาษาโลโกมีคุณสมบัติเด่นอย่างหนึ่ง ก็คือสามารถเขียนโปรแกรมเรียกตัวเองที่เรียกว่า Recursion ได้ ด้วยคุณสมบัตินี้ ทำให้เราสามารถนำมาเขียนโปรแกรมสร้างภาพเคลื่อนไหว ได้อย่างง่าย ๆ ตัวอย่างดังโปรแกรมหมายเลข 1
 
โปรแกรมหมายเลข 1

 
           จะสังเกตเห็นว่าในโปรแกรมย่อยชื่อ TRI_GO จะมีคำสั่งในบรรทัดสุดท้ายเรียกใช้โปรแกรมย่อยชื่อ TRI_GO ซึ่งก็คือเรียกใช้ตัวเอง (วิธีการนี้มีชื่อเรียกว่า Recursion) ลองดูอีกสักโปรแกรมหนึ่ง คราวนี้จะเป็นรูปปลา 1 ตัว สีแดง เคลื่อนที่ไปทางซ้ายมือ ชุดคำสั่งทั้งหมดดังโปรแกรมหมายเลข 2
 
โปรแกรมหมายเลข 2